ทำไมถึงเลือกไปประเทศแอฟริกาใต้ จริงๆ ที่เลือกตอนนั้นก็เพราะเป็นประเทศที่คนไม่ค่อยไป แปลกดี
          สวัสดีค่ะ เราชื่อบี เป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนประเทศแอฟริกาใต้ เมืองเคปทาวน์ โครงการYES รุ่นที่25/31

          วก็ขอเริ่มจากตอนแรกตั้งแต่ก่อนไปเลยแล้วกัน ก่อนจะไปก็มีคนถามเข้ามาเยอะมาว่าทำไมถึงเลือกไปประเทศแอฟริกาใต้ จริงๆที่เลือกตอนนั้นก็เพราะเป็นประเทศที่คนไม่ค่อยไป แปลกดี55555 พอถึงวันเดินทาง ต้องบินคนเดียวครั้งแรก ตอนแรกก็ไม่ตื่นเต้นแต่พอเดินเข้าเกทก็รู้สึกเริ่มใจหายที่ต้องไปตปท.ตั้ง1ปี บวกกับกังวลว่าตอนเปลี่ยนเครื่องจะทันไหม จะหาเกทเจอไหมภาษาก็ไม่ค่อยคล่อง กังวลไปสารพัดแต่ก็เดินทางมาด้วยความราบรื่น(จริงๆเกือบหาเกทไม่เจอเพราะไฟลท์ที่ไปมันไม่มีแจ้งว่าเกทไหน แต่ก็รวบรวมความกล้าไปถามจนได้5555)
      ช่วงแรกที่ไปถึงก็สิ่งแรกที่กังวลคือภาษา เราจะสื่อสารกับโฮสได้ไหม จะเข้ากันได้ไหม ซึ่งตลอด10เดือนที่ไปอยู่เราสนิทกับโฮสมาก เรามีอะไรก็คุยกับโฮสได้ตลอดทุกเรื่อง เราคล่องภาษาอังกฤษจากโฮส เพราะเราคุยกันตลอดตรงไหนผิดเขาก็แก้ให้ เราก็ปรับ อาจจะมีช่วงที่ไม่เข้าใจกันทะเลาะกันบ้างแต่เราก็ต่างต้องปรับตัว ซึ่งเราคิดว่าตรงนี้มันทำให้เราโตขึ้นมาก รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเราและให้เกียรติซึ่งกันและกัน และสิ่งที่สำคัญในการอยู่ด้วยกันคือการพูด เพราะถ้าเราก็ไว้ก็จะไม่เข้าใจกันไปเรื่อยๆ แล้วก่อนจะกลับโฮสบอกกับเราว่า เนี่ยเขารับเด็กนักเรียนแลกเปลี่ยนไทยคนใหม่ต่อจากเราด้วยนะ เขาชอบคนไทยมากๆ เขาบอกว่าเราทำให้เขาเป็นว่าคนไทยนิสัยน่ารัก มีมารยาท ซึ่งพอเราได้ยินก็ยิ้มไม่หุบเลย555555
 
          ขอแทรกนิดนึงว่าวิวที่นี่สวยมาก อากาศดีมากๆๆๆ สิ่งที่ช่วง weekend ฮิตไปทำกันก็คือการเล่นเซิร์ฟ เพราะทะเลที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องเซิร์ฟมาก เล่นได้ทั้งปี แต่น้ำก็เย็นมากเช่นกัน ที่ที่อยากแนะนำให้ไปคือ ไปดูพระอาทิตย์ตกที่ Camps Bay ไปขึ้นTable moutain ละก็ Lion Head ช่วงsummer ก็จะมีคอนเสิร์ตที่Kristenbos และถ้าอินกับรักบี้หน่อยก็แนะนำให้ไปดูการแข่งรักบี้ด้วยเพราะเมืองนี้เป็นเมืองที่มีทีมรักบี้ที่ดังมาก จริงๆที่เที่ยวสวยๆเยอะมาก weekend จะมีกิจกรรมทำตลอดไม่เบื่อเลย การเดินทางก็ง่ายและไม่แพง เพราะมีทั้งบัส ทั้งรถไฟ อูเบอร์ และรถตู้ (คนที่นี่เขาจะเรียกรถตู้ว่าแท็กซี่) แต่ที่สำคัญคือต้องขออนุญาตโฮสทุกครั้งที่ไปไหนแล้วเวลาโฮสเเนะนำหรือเตือนอะไรก็ต้องเชื่อฟังเขาด้วยเนอะ
 
          เรื่องต่อมาคือผู้คนที่นี่ Cape Town เป็นเมืองที่มีความหลากหลายมากๆ มีทั้ง คนขาวคนดำและผิวสี หรือแม้แต่คนจากประเทศอื่นๆก็เยอะ แต่คือสิ่งที่สัมผัสได้อย่างแรกเลยคือคนที่นี่เป็นคนสนุก ชอบปาร์ตี้ร้องเพลงและค่อนข้างเฟรนลี่แบบสามารถคุยได้กับทุกคน ซึ่งด้วยความที่เมืองนี้มีความหลากหลาย ันทำให้เราเปิดกว้าง ตัวเองมากขึ้น จริงงๆแล้วไม่ว่าจะสีผิวอะไรก็สามารถเข้ากันได้ แต่ละคนมาจากแต่ละที่ก็จะมีเสน่ห์ของตัวเองทั้งนั้น ซึ่งจากที่บอกไปว่าประเทศนี้มีความหลากหลายมาก ดังนั้นภาษาที่ใช้ก็หลากหลายมากๆเพราะมีภาษาถิ่นมาด้วย แต่ภาษาหลักที่คนใช้กันคือภาษาอังกฤษ แต่ภาษาที่จะได้ยินบ่อยรองลงมาคือภษาแอฟริคานส์ และภาษาโคซ่า
 
          จะมาต่อกันที่เรื่องโรงเรียน เราอยู๋ Voortrekker high school ที่นี่เขาจะมี Uniform ใส่กันทั้งหน้าหนาวและหน้าร้อน เราได้ไปอยู่ Grade 11 วันแรกที่ไปถึงรร.คือไม่ค่อยกล้าคุยกับใครเพราะว่าภาษาก็ยังไม่ค่อยคล่องเลยกลัวฟังไม่รู้เรื่อง แต่เพื่อนในห้องคือพยายามชวนคุยบ้าง ชวนเล่นบ้างร้องเพลงบ้าง เราก็พยายามฟังพยายามคุยแต่ด้วยความที่ภาษายังไม่คล่องก็เลยไม่ค่อยสนิทมาก พอผ่านไป5เดือน เราได้ขึ้น Grade 12 ซึ่งได้อยู่ห้องใหม่ ช่วงนั้นเป็นช่วงซัมเมอร์พอดี เราเลยได้ลงเล่นกีฬา Touch Rugby ของรร.กับเพื่อนในห้อง ก็มีไปแข่งกับโรงเรียนอื่นทุกสัปดาห์ตลอดเทอม ซึ่งทำให้เราสนิทกับเพื่อนในห้องมากขึ้น แต่!!!กว่าจะสนิทกันก็เหลือเวลาแค่4เดือนแล้ว เราเสียดายเวลามากที่ปล่อยเวลาไปเฉยๆ ตลอด6เดือนที่ผ่านมา
   สุดท้ายนี้สิ่งที่เราอยากจะแนะนำคนไปแลกเปลี่ยนไม่ว่าจะประเทศไหนก็ตามก็คือ อยากทำอะไรก็ทำเลย ไม่ต้องลังเลถ้ามันเป็ยสิ่งที่ดี ร่วมกิจกรรมของรร.เข้าชมรมหรืออะไรก็แล้วแต่ ภาษาที่เราได้มาก็เป็นสิ่งสำคัญแต่ประสบการณ์ก็สำคัญไม่แพ้กันเลย เรามีเวลาแค่10เดือน ก่อนไปทุกคนอาจจะคิดว่ามันนาน แต่ความจริงแล้วคือสั้นมาก เพราะฉะนั้นเราก็อยากให้ทุกคนใช้ชีวิตแลกเปลี่ยนของตัวเองให้คุ้ม
บี(YES รุ่น 25/31)



Youth Exchange Scholarship (YES) Co.,Ltd.
9/19, Khlong Lam Chiak Rd.,
Nuanchan, Buengkum,
Bangkok 10230 Thailand
Tel. +662 508 0099 (5 Line)
Fax: +662 943 9570-1
E-mail: info@yesthailand.org